สำนักทรงแอบนำเทวรูปและเครื่องประดับพิธีกรรม

มีดหมอหม้อน้ำมนต์ลูกประคำไปฝังดิน

อาจารย์ผมรู้สึกสลดใจที่ท่านผู้อวดรู้และอวดตัวเอง

ว่าเป็นผู้ที่มีคุณธรรมสูง

คำว่าประณามผู้ที่กระทำเช่นนี้ (ทั้งที่ตัวเองก็ไม่รู้จริง)

หลายท่านออกความเห็นและวิจารณ์แบบโง่

(ตามปกติวิสัยและระดับภูมิปัญญาของตนเอง)

กล่าวหาว่าสำนักทรงจะสำนึกตัวกลัวความผิดเกรง

ถูกข้อหาหลอกลวงชาวบ้าน

จึงเลิกกิจการปิดสำนักนำของกลางไปฝังทำลายหลักฐาน

อาจารย์ผมไม่ปฏิเสธและไม่แก้ตัวแทนผู้ใด

หนึ่งในร้อยหรือหนึ่งในพันรายอาจเป็นจริงตามที่ท่าน

กล่าวหา   แต่อีก  99  %  ของผู้ที่กระทำการเช่นนี้

( เท่าที่ผมรู้จักดีไม่ได้เป็นเช่นนั้น)

เมื่อหมดสัญญายืมร่างประทับทรงกันแล้ว

เจ้าพ่อเจ้าแม่ไม่ต่อสัญญากับร่างทรง

ร่างทรงก็ไม่รู้ว่าจะเก็บของพวกนี้ไว้ให้รกบ้านทำไม ?

ขายก็ไม่มีใครซื้อ  ขนาดตื้อถวายพระที่วัดระดับ

เจ้าอาวาสยังไม่กลัวรับไว้

จะแอบนำไป ทิ้งโคนต้นไม้ใหญ่ในวัด

พระท่านก็จำได้ว่าเป็นของใครท่านก็ให้เด็กวัดขนกลับมาคืน

ตัดสินใจแอบเอาไปฝังดินไว้ในดงรกทึบที่ห่างไกลผู้คน

ในเวลากลางคืน

เพื่อหลีกเลียงสายตาของคนที่ชอบสอดรู้สอดเห็น

คิดว่าไม่นานรูปปั้นจากดินเจ็ดปลวกเจ็ดท่าเจ็ดป่าช้า

และปูนหล่อคงจะสลายเป็นดินไปเอง

นึกว่าจะหมดปัญหาแล้วเชียว  ยังเสือกมีคนมาแอบดูแอบขุด

เพราะนึกว่าเป้นของมีค่า

พอเห็นเป็นของที่ขายไม่ได้ก็กลับโวย

กลายเป็นข่าวใหญ่โต

เป็นเหยื่อของพวกบรรดาปากหอยปากปู

ผู้ทรงคุณธรรมสูงส่งทั้งหลาย

บางก็ว่าหลอกลวงชาวบ้านจนรวยแล้วเลิก

มันเป็นสูตรสำเร็จที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านานแล้ว

เมื่ออาจารย์ที่มีศิษย์(ถ้าไม่มีศิษย์ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอาจารย์ใคร?

เมื่อสิ้นบุญ (ไม่แน่ใจ)

จะต้องมอบเทวรูปและเครื่องประกอบพิธีกรรมทั้งหมดให้ศิษย์

(แบบให้เปล่าเรียกร้องสิ่งตอบแทนมิได้โดยเด็ดขาด)เป็นทายาทต่อไป

(ผมได้รับมอบหมายจากท่านอาจารย์ทุกองค์)

แต่ถ้าไม่มีผู้รับมอบก็จะต้องนำไปฝังดิน

เป็นเรื่องปกติธรรมดา

ถ้าอยู่ในป่าหรือใกล้ถ้ำก็จะนำไปไว้ในถ้ำ

(บางครั้งจึงมีผู้เข้าไปพบและหลงผิดว่าเป็นของท่านอาจารย์ในดง)

อยู่ใกล้แม่น้ำก็จะแอบหย่อนลงกลางน้ำ

ทุกคนปฏิบัติเหมือนกันมาหลายชั่วคนแล้ว

ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะมีผู้ขุดพบเทวรูปหล่อ

รูปปั้นหรือมีดหมอตามที่ต่างๆ

แม้บางครั้งกลางถนน(ก่อน,หลัง,หรือขณะกำลังสร้างทาง)

เมื่อมีการขุดพบทีผู้คนก็จะพากันแตกตื่นมารุมขอหวยขอเลขแต่เจ้า

ของ (ถ้ายังมีชีวิตอยู่)กลับทำเฉยเสีย

บางท่านอาจคิดขัดแย้งเพราะไม่เชื่อว่าจะมีผู้ใดนำของเหล่านี้

ฝังกลางถนน  แท้จริงแล้วผู้ฝัง

ได้ทำการฝังไว้ข้างจอมปลวกโคนต้นไม้ใหญ่ในดงไม้

รกหนาทึบไม่มีคนผ่าน

ใครจะไปรู้ล่วงหน้าว่าอีก ๓๐ –๔๐ ปีต่อมาทางการจะตัดถนน

ผ่านตรงจุดนี้

จุดตำแหน่งที่ฝังของไว้กลับกลายเป็นกลางถนนพอดี

นี่คือที่มาที่แท้จริงของการขุดพบเทวรูปกันกลางถนนหลวง

ผลร้ายจาการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ที่นำไปฝัง

นอกจากจะถูกด่าจากท่านผู้อวดรู้และรู้ไม่จริงทั้งหลายแล้ว

บางครั้งอาจสร้างความหายนะให้แก่ผู้เคราะห์ร้ายที่ไม่รู้

เรื่องด้วยแต่ต้องมารับเคราะห์

(อาจถึงตายหรือพิการ)

บ่อยครั้งที่คนขับรถผ่านมาที่จุดนั้น

เห็นฤษีเฒ่าหนวดยาวหรือกุมารทองหญิงสาวแต่งชุดไทยเดิม

เดินข้ามหรือยืนขวางถนนหรือเดินตัดหน้าทำให้เกิด

อุบัติเหตุไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต

บางท่านดวงซวยไปสร้างบ้านคร่อมทับจุดที่เขาฝังของไว้พอดี

นอนหลับเพลินตอใจตื่น รู้สึกมีอะไรดันพื้นขึ้นมา

ที่ฤษีซ่าอยากดังอยากเป็นข่าวถึงกับมาเข้าฝันข่มขู่

ไล่หรือรื้อบ้านออกไปให้พ้น

“…สร้างตรงไหนไม่สร้างเสือกสร้างทับหัวกู…”

บทความที่เกี่ยวข้อง

แนะนำติชมบทความ

Top Footer