ลมเพลมพัดเป็นอย่างไร…?

(ลมเพลมพัด อาการเจ็บป่วยโดยหาสาเหตุไม่ได้   คนโบราณ

พากันเข้าใจว่า  ต้องคุณไสย์คุณผี (ผีทำ) คุณคน (คนทำ)

หรือถูกของที่ผู้มีวิชาไสยศาสตร์ปล่อยมาตามลม

ส่วนใหญ่มักมีอาการเจ็บปวด  เคลื่อนย้ายไปตามจุดต่างๆ

ซึ่งแพทย์แผนโบราณท่านว่า  คุณไสย์หลบหนีไปซ่อนตัวในตำแหน่งอื่น

 เพราะกลัวน้ำมนต์)

หมอชีวกท่านสอนว่า

ให้พิจารณาดูว่าการเคลื่อนย้ายของจุดที่เกิดการเจ็บปวดเคล็ด

ขัดยอกนั้น

เริ่มต้นที่จุดตำแหน่งใด ?

มีแนวทางเคลื่อนย้ายอย่างไร ?

ถ้าใช้ปากกาเคมีหรือสีแต้มลากไปตามจุดที่อาการเจ็บปวด

เคล็ดขัดยอกเคลื่อนที่โคจรไป

จะพบว่ามันตรงกับแนวของเส้นประสาทในร่างกาย

สาเหตุของการเจ็บปวดเมื่อยเคล็ดขัดยอกที่แพทย์ตรวจหา

ไม่พบก็จะปรากฏขึ้น

ให้รู้ว่าอาการเจ็บป่วยนั้นเกิดจากเส้นเอ็นที่เป็นเส้นประธาน

แต่บางครั้งการโคจรของโรคมีวิธีทางที่ไม่ตรงกับเส้น

ประธานใด   ให้พิจารณาบริเวณที่นอนหรือเตียงนอน

ที่นอนราบเรียบเสมอกันหรือไม่ ? มีแง่ปุ่มปมสูงต่ำไม่เสมอ

กันไหม ?  มีสิ่งแปลกปลอมบนที่นอนหรือเปล่า ?

ถ้าอาจารย์ผมจำไม่ผิดอาจารย์ผมเขียนเรื่องอาการของผู้ป่วย

ลมเพลมพัดว่าที่แท้จริงเกิดจาก

การนอนทับขอบหรือมุมหนังสือปกแข็งที่นำไปอ่าน

จนหลับบนเตียงและหรือนอนหลับทับหลอดยาดมที่ต้องดม

อยู่ตลอดเวลาจนติดเป็นนิสัยและกลายเป็นสันดานที่แก้ไม่ได้

นอนทับแต่ละจุดนานเป็นเวลาหลายชั่วโมง

เปลี่ยนจุดทับไปที่ใดเกิดการเจ็บปวดเคล็ดขัดยอกเปลี่ยน

ตำแหน่งจุดไปที่นั่น   แต่หลงเข้าใจผิดคิดว่าโรคเคลื่อนย้าย

ที่ได้เอง  (ความจริงเปลี่ยนจุดตำแหน่งทับ)

อาจารย์ผมเคยแนะนำผู้ป่วยที่มีอาการเหมือนหรือคล้ายแบบนี้

หายมาหลายรายแล้ว

แต่ที่เกิดจากลมเพลมพัดจริงๆก็มี (แต่ไม่ถึงหนึ่งในร้อยหรือ

น้อยมาก)

คนที่เรียนวิชา

ลมสลาเหิร

(อาจารย์ผมเขียนตามที่ได้ยินจากปากคำของท่านอาจารย์ท่าน

จึงเขียนตามคำพูดอาจไม่ตรงตามศัพท์ สมัยที่อาจารย์ผม

เรียน เรื่อง วิชาภาษาไทย  อาจารย์ผมตกอยู่แล้ว)

คนที่เรียนวิชานี้เท่านั้นที่จะต้องทำการปลดปล่อยวิชา

ให้ล่องลอยไปตามลมปีละครั้ง

มิฉะนั้น ของที่เรียนมาจะเข้าตัวเอง

ของที่ทำไว้จะถูกปลดปล่อยให้ล่องลอยไปตามแรงลม

คล้ายนุ่นหรือเมล็ดดอกรัก

มีผู้เรียกวิชานี้แตกต่างกันไป

ลมสลาเหิร  มนต์รักฝากพระพาย  วิชามนต์เพชรหึง

ผู้ที่เคราะห์ร้ายหรือดวงตก  ดวงชะตาต้อง (ถึง) ฆาต

ได้ยินเสียงลมพัดสิ่งของตกหล่นหรือทำเสียงดังเสียงเรียก

เสียงทักโดยไม่เห็นตัว

ไปร้องทักหรือเอะอะโวยวายหรือไปขานรับเข้า

ของนั้นจะพุ่งเข้าหาและเข้าร่าง

คนโบราณท่านจึงห้ามทักสิ่งของที่ต้องลมตกหล่น

เสียงดังเสียงทักเสียงเรียกหา ก่อนที่จะเห็นตัวตน

บรรดาท่านปู่เจ้าทั้งหลายชอบใช้และเชี่ยวชาญในวิชานี้

วิธีแก้เมื่อบางท่านเผลอตัวเกิดไปทักเข้า

คนโบราณท่านว่าให้ใช้วิธีแก้เคล็ดง่ายๆ

ให้ใช้วิธีหนามยอกให้เอาหนามเบ่ง

(บ่งไม่เป็นหนามที่บ่งหักคาเนื้อ หนามที่ยอกอยู่ก็ไม่ออกอีก)

ท่านให้สูดลมเข้าให้สุดแล้วเป่าลมออกให้สุดเหมือนกัน

ลมเพลมพัดเขาปล่อยมาตามลมเมื่อมันมาเข้าร่างใคร

ก็ให้คนนั้นเป่าออกไปต่อ

ตามลมไปเหมือนกัน  ท่านว่าหายแล

เรื่องนี้จะจริงเท็จอย่างไร อาจารย์ผมบอกตามตรงว่าอาจารย์

ผมไม่กล้ารอง…เข็ด…

เคยถูกคนโบราณหลอมาแล้ว  แบบว่า

เชื่อโบราณมันก็ต้องบานบุรี  ไม่เชื่อเลยมันก็ไม่ดี

ท่านว่า

ถ้าเผลอไปสบตากับคนที่เป็นโรคตาแดงให้แลบลิ้น

ให้มินั้นจะติดโรคตาแดง

พอแลบลิ้นให้โดนตบตาเหลือกตาปลิ้น

คนโบราณว่าเป็นโรคปากนกกระจอก

ต้องแก้เคล็ดด้วยการไปแอบลักน้ำตาลปี๊บร้านชำกิน

ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีนิสัยลักของใคร (นอกจากของเมีย)

พอเจ้าของร้านเผลอรีบเอานิ้วชี้ควักน้ำตาลในปี๊บใส่ปาก

ตาคอยจับจ้องมองแต่เจ้าของร้านกลัวโดนเขาจับได้

(ก้อหนูไม่เคย) โดนขอบปี๊บคมบาดนิ้วมือเกือบถึงกระดูก

นึกอยากนั่งไทม์แมชชีนย้อนกาลเวลาไปสู่โลกในอดีต

อยากไปตามตบหน้าเขกกะโหลกอ้ายคนต้นคิด

วิธีแก้เคล็ดแบบนี้

แต่พูดก็พูดเถอะ

คนทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือกเชื่อถือโชคลางและวิธี

แก้เคล็ดของแต่ละคน

บทความที่เกี่ยวข้อง

แนะนำติชมบทความ

Top Footer