เทวดากับยักษ์ใครน่ารักกว่ากัน
ก่อนที่จะอ่านเรื่องเล่าจากตำนานสวรรค์
ขอให้ทำใจให้เป็นกลาง
อย่าคิดลำเอียงเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
ให้ใช้วิจารณญาณดูว่าระหว่างเทพกับอสูร
ใครน่ากลัว(กระล่อน)มากกว่ากันแน่?
เมื่อพระวิษณุมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ทรงแนะนำให้
พวกเทพและมหาเทวีและมหาฤษีทำพิธีกวนทะเลน้ำนม
พวกพรหมและมหาเทพประชุมกันที่เทวสภา
เห็นว่าลำพังเทวดารูปร่างท่าทางอ้อนแอ่นอรชรคง
ไม่สามารถฉุดชักนาคกวนทะเลน้ำนมตามลำพังได้
จะต้องใช้กุศโลบาย(อุบายขี้โกงตามปกติวิสัย
อันชาญฉลาดของพวกเทพ)
ไปหลอกลวงพวกอสูรให้เข้าร่วมด้วย
จึงส่งทูตสวรรค์ไปเจรจาสงบศึกกับพวกอสูร
ขอให้เข้าร่วมในพิธีชักนาคกวนทะเลน้ำนม
โดยสัญญาหลอกลวงพวกอสูรว่าจะแบ่งปัน
น้ำทิพย์ที่ผู้ใดดื่มไปจะมีชีวิตอมตะ
ฆ่าไม่ตายให้คนละครึ่ง
แต่เนื่องจากพวกอสูรมีพละกำลังแข็งแรงกว่า
พวกเทพจึงมอบหน้าที่ให้อสูรชักลากหัวนาค
นาคมีเจ็ดหัวแต่มีหางเดียวเล็กกว่าหัวมาก
เมื่อนาคที่พันรอบเขาพระสุเมรุที่ใช้เป็นแกนกวน
ทะเลน้ำนมถูกฉุดดึงชักลากก็จะเกิดความเจ็บปวด
เผลอตัวพ่นไฟหรือพิษออกมาอสูรก็จะเป็นฝ่าย
สูญเสียกำลังไพร่พลในยามนั้นพระนารายณ์
ทรงอวตาลเป็นเต่ายักษ์ชื่อกุรมาตาลมหาเทพ
ลงไปเป็นฐานรองรับเขาพระสุเมรุตอนกำลังหมุนกวนทะเล
กว่าจะกวนจนได้น้ำอมฤต
พวกอสูรก็ต้องไฟและพิษนาคราชที่นำมาแทน
เชือกฉุดชักให้เขาพระสุเมรุหมุน
ตายไปจนเกือบสูญพันธ์หมด
แต่พวกอสูรที่เหลืออยู่ไม่ยอมท้อถอยเพราะตั้งความหวังไว้ว่า
เมื่อได้น้ำอมฤตมาก็จะชุบชีวิตของอสูร
ที่ตายไปกลับฟื้นคืนชีพกลับมาได้อีก
แบ่งปันบทความให้เพื่อนใน Facebook


