เหตุใดเทพเจ้าระดับไฮโซไม่สามารถลงมาประทับทรงในร่างมนุษย์ได้

มีผู้หลงเข้าใจผิดเป็นจำนวนมากที่เข้าใจว่า

คนมีองค์หรือเป็นร่างของมหาเทพมหาเทวีผู้ยิ่งใหญ่ต่างๆอยู่ในร่าง

ตามข้อเท็จจริงแล้ว ร่างของมนุษย์ธรรมดา

(อาจารย์ผมขอเน้นคำว่าธรรมดานะครับ)

ไม่อาจทนรับกระแสหรือพลังอันยิ่งใหญ่ของบรรดา

มหาเทพมหาเทวีนั้นได้

อย่าว่าแต่การรับพลังทิพย์อำนาจอันยิ่งใหญ่นั้นเข้ามาในร่างกายเลย

เพียงแค่การพบเห็นการมองเห็นองค์ของท่านด้วยตาเนื้อ(ดวงตาธรรมดา)

ร่างกายของผู้นั้นก็จะถึงกาลพินาศ (ตาจะบอดสนิท) ไปทันที

เพียงแค่รัศมีของพระองค์ก็มากกว่าดวงอาทิตย์หลายร้อยหลายพันดวง

คุณลองนึกจินตนาการดูว่าถ้าคุณไปยืนจ้องดวงอาทิตย์ในตอนกลางวัน

ด้วยตาเนื้อ (ตาธรรมดาที่ไม่มีสิ่งป้องกันหรือลดแสง)นานๆอะไรจะเกิดขึ้น

ในระยะสั้นดวงตาของคุณจะพร่าจนมองสิ่งใดไม่เห็นไปชั่วคราว

ในระยะยาวดวงตาของคุณจะบอดสนิท

แล้วถ้าแสงอาทิตย์นั้นมีแสงสว่างเพิ่มขึ้นเป็นร้อยเป็นพันเท่าล่ะ..?

แต่ในขณะเดียวกันคุณกลับสามารถเพ่งมองแสงอาทิตย์ผ่านแว่นกรอง

(ลด) แสงได้อย่างสบาย

แต่มีผู้ที่สามารถแพ่งมองแสงสว่างมากมายสักเพียงใดก็ได้โดยไม่เกิด

อันตรายต่อดวงตาและไม่ต้องใช้เครื่องช่วยป้องกันหรือแว่นกรองลดแสง

แต่มีเงื่อนไขว่า

คุณจะเห็นแสงสว่างนั้นได้ในนิมิตหรือในยามที่จิตวิญญาณของคุณกำลัง

อยู่ในสมาชิกเท่านั้น

พลังทิพย์อำนาจของพระเจ้าเป็นพลังที่ร่างกายของมนุษย์ไม่สามารถรับได้

ถ้าถูกส่งมากระทบกับสังขารร่างกายของมนุษย์โดยตรง

ร่างนั้นจะถูกทำลายมอดไหม้สิ้นสลายไปไม่เหลือแม้แต่เศษถ่านเถ้าธุลี

พลังทิพย์อำนาจของบรรดาเทพและมหาเทวีแต่ละพระองค์นั้น

ถ้าจะเปรียบกับฟ้าผ่าก็มีพลังเหนือกว่าฟ้าผ่าเป็นแสนหรือล้านเท่า

ลองจินตนาการดูว่าถ้ามนุษย์ธรรมดาถูกฟ้าผ่าเข้าร่างกายโดยตรงจะเป็น

อย่างไร?

และถ้าพลังฟ้าผ่าเพิ่มขึ้นเป็นแสนเป็นล้านเท่าจะเป็นอย่างไร?

ไฟฟ้าแรงสูงที่มีพลังเป็นแสนล้านวิ่งผ่านสายไฟบ้านที่มีขนาดเล็ก

(พลังเทพเจ้าที่มีพลังมหาศาลไหลเข้าสู่ร่างกายของมนุษย์ธรรมดา)

สายไฟจะถูกหลอมละลายจะถูกเผาไหม้ไปในทันที

(ร่างกายของมนุษย์ผู้นั้นจะถูกเผาไหม้ไปในทันที)

ถ้าพลังไฟฟ้าขนาดนั้นวิ่งผ่านเข้าไปได้ถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นตัวรอง

รับจะเกิดอะไรขึ้น ?

(ถ้าพลังเทพเจ้าเข้าไปสู่ร่างกายมนุษย์โดยตรงจะเกิดอะไรขึ้น ?)

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นตัวรองรับทนกระแสไฟฟ้าขนาดนั้นไม่ได้

คงระเบิดพังพินาศไป

(ร่างกายที่เป็นตัวรองรับพลังเทพเจ้าคงระเบิดเป็นเสี่ยงๆไป)

แต่ถ้าไฟฟ้าแรงสูงวิ่งผ่านหม้อแปลงลดแรงไฟลง?

(แต่ถ้าพลังของพระเจ้าไหลผ่านตัวกลางที่สามารถปรับลดความรุนแรง

ให้เหลือเท่าที่ตัวรองรับสามารถรับได้)

จะสามารถวิ่งผ่านสายไฟได้โดยที่ไม่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาใดๆต่อสายไฟเลย

(พลังเทพก็สามารถจะไหลผ่านเข้าสู่ร่างมนุษย์ได้โดยปราศจากภัยอันตราย)

ถ้าไม่ต้องการใช้ตัวกลาง

จะต้องสร้างเครื่องรับให้มีความสามารถพิเศษที่สามารถรองรับพลังขนาด

นั้นได้    เป็นเครื่องที่มีความสามารถเฉพาะตัว

หรือเครื่องรับที่เจาะจงสร้างขึ้นรับพลังนั้นโดยเฉพาะ

(เทพเจ้าพระองค์นั้นจะต้องเบ่งภาคลงจุติบนโลกมนุษย์เพื่อเป็นตัวรอง

รับพลังของพระองค์เอง)

อาจารย์ผมมีหลักฐานพิสูจน์ยืนยันคำกล่าวนี้เป็นภาพ

พระศิวะที่คุณจะเห็นเศียรของพระแม่คงคาพ่นน้ำอยู่ใน

มุ่นมวยผมของพระองค์

ซึ่งภาพนี้เป็นเพียงภาพที่เกิดจากจินตนาการของจิตรกรนักวาดภาพ

เพื่อต้องการสื่อให้ทราบว่า

พระแม่คงคาถ่ายทอดพลังอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ผ่านเส้นผมของพระศิวะ

หรืออีกนัยหนึ่งคือพระศิวะทรงรับหน้าที่เป็นตัวกลาง

ที่รองรับและลดแรงกระทบจากพลังของพระแม่คงคาเพื่อปกป้อง

คุ้มครองให้โลกปลอดภัย

จากการถูกกระทบจากพลังโดยตรงของพระแม่คงคา

เพราะแรงแรงกระทบโดยตรงจากพระแม่คงคานั้นมากมายและยิ่งใหญ่นัก

เกินกว่าที่โลกจะรับและต้านพลังนั้นได้

การประทับทรงเป็นการรับแรงกระทบโดยตรง

จากบรรดามหาเทพและหรือมหาเทวีต่อสังขารร่างกายของมนุษย์

การประทับทรงเขาประทับทรงที่ร่าง

(โดยการเข้าแทรกสวมร่างแทนจิตวิญญาณเดิม)

มิใช่เข้าไปประทับทรงที่จิตวิญญาณ(โดยการเข้าไปสวมจิตวิญญาณ)

ดังที่หลายคนหลงเข้าใจผิดกัน

จิตวิญญาณเจ้าของร่างเดิมจะถูกกันออกจากร่างหรือ

ถูกผลักดันออกจากร่างชั่วขณะ

ร่างที่สามารถรองรับพลังโดยตรงจากบรรดาเทพทั้งหลาย

ส่วนใหญ่หรือแทบทั้งหมด

คือร่างของท่านเองที่แบ่งภาคลงมาจุติในโลกเพื่อปฏิบัติภารกิจเฉพาะ

หรือทำการเฉพาะกิจ

เคล็ดลับในการสังเกตตัวเองว่ามีหรือเป็นส่วนที่แบ่งภาคมา

จากมหาเทพหรือมหาเทวีหรือไม่ง่ายมาก

จะต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถพิเศษ (เหนือบุคคลธรรมดา)

ในศาสตร์และศิลป์

ที่เป็นความสามารถเฉพาะพระองค์เสมอเหมือนเทพพระองค์

นั้นและสามารถรู้ประวัติที่มา

ของเทพองค์นั้นเป็นอย่างดี (เพราะเป็นประวัติของตนเอง)

จะต้องรีบกลับ(ละสังขาร)ทันที เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจบรรลุเป้าหมายแล้ว

(การลงมาแบบเปิดเผยหรือลงมาจุติ)

หมายถึงการลงมาเกิดเป็นเด็กทารกและสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้จนแก่

ชราหมดอายุขัย

แต่การลงมาปฏิบัติภารกิจเฉพาะ

เมื่อเสร็จสิ้นภาระกิจบรรลุเป้าหมายแล้วจะต้องละสังขารรีบกลับทันที

ที่สำคัญที่สุดคือ

จะไม่เปิดเผยและไม่แสดงตัวว่าพระองค์เป็นมหาเทพหรือมหาเทวี

องค์ใดโดยเด็ดขาด

นอกจากจะมีผู้ที่มีจิตวิญญาณสูงพอที่จะรับสัมผัสพลังของพระองค์ได้เอง

มิใช่ผู้ป่วยด้วยโรคจิตเภทที่หลงผิดประกาศตัวว่าตนมี

หรือเป็นมหาเทพหรือมหาเทวี

การลงสู่โลกมนุษย์ของบรรดามหาเทพมหาเทวีชั้นผู้ใหญ่

จะต้องได้รับความเห็นชอบจากเทวสภา(ที่ประชุมเทพเจ้า)ทุกครั้ง

และต้องลงมาเพื่อปฏิบัติภารกิจอันยิ่งใหญ่

ที่จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่โลกจะต้องจารึกไว้ชั่วนิรันดร์

ผลงานของมหาเทพและหรือมหาเทวีแต่ละพระองค์จะต้อง

เป็นที่ยอมรับของสามโลก

สำหรับผู้ที่ประกาศตัวว่าตนเป็นหรือมี…คือ…

มหาเทพมหาเทวี

พระองค์ใดนั้น

อย่างดีก็แค่สาวกหรือบริวารของพระองค์ที่อาศัยพระนามของพระองค์

เพื่อความสะดวกในการสร้างทานบารมีของตน

(ทานบารมีคือทานที่เกิดจากการให้ความช่วยเหลือโปรดสัตว์

หรือผู้ตกทุกข์ได้ยาก)

หรือไม่ก็เป็น

พวกเทวดาปนผีที่แสดงตัวเป็นเจ้าพ่อเจ้าแม่หรือมหาเทพต่างๆ

มนุษย์ลวงโลก

ที่แอบอ้างพระนามของเทพเจ้าเพื่ออาศัยเป็นเครื่องมือหากินอาศัยเกิด

อาศัยดัง     ผู้ป่วยจิตเภท

ที่หลงผิดคิดว่าตัวเองเป็นเทพเจ้าหรือผู้ที่หลอกได้แม้แต่ตนเอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

แนะนำติชมบทความ

Top Footer