การเพ่งกสิณ

 กสิณ (กะสิน) ตามพจนานุกรมหมายถึง

สมถะกรรมฐานหมวดหนึ่งว่าด้วย

อารมณ์ที่กำหนดธาตุสี่  คือ

ธาตุดิน  ธาตุน้ำ  ธาตุลม  ธาตุไฟ

แต่ตามความจริงแล้ว

คำว่า  กสิณ  น่าจะหมายถึง

การฝึกสมาธิโดยอาศัยอุปกรณ์

เป็นเครื่องมือช่วยให้จิตเกิดสมาธิ

 โดยถือเอาสิ่งใดสิ่งหนึ่ง 

เป็นอารมณ์คือเป็นเครื่องเพ่งดูมากกว่า 

คัมภีร์วิสุทธิมรรค  ท่านว่า

กสิณนั้นมีสิบอย่าง  คือ

กสิณสิบประการ

(๑) ปฐวีกสิณ   ใช้ดินเป็นอารมณ์

(๒)อาโปกสิณ   ใช้น้ำเป็นอารมณ์

(๓) เตโชกสิณ   ใช้ไฟเป็นอารมณ์

(๔) วาโยกสิณ   ใช้ลมเป็นอารมณ์

(๕) นีลกสิณ     ใช้สีเขียวเป็นอารมณ์

(๖) ปีตกสิณ      ใช้สีเหลืองเป็นอารมณ์

 (๗) โลหิตกสิณ    ใช้สีแดง (สีเลือด) เป็นอารมณ์

(๘) โอทากสิณ     ใช้สีขาวเป็นอารมณ์

(๙) อาโลกกสิณ     ใช้แสงสว่างเป็นอารมณ์

 (๑๐)ปริจฉินนากาสกสิณ       ใช้ช่องว่างเป็นอารมณ์

กสิณแต่ละอย่างนั้นทำให้เกิดผลอย่างไร

ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค  ท่านได้กล่าวไว้อย่างละเอียดดีอยู่แล้ว

ท่านที่อยากทราบรายละเอียดกรุณาไปหาอ่านเอาเอง

ผมไม่อยากเขียน (ลอก) ในสิ่งที่ทุกท่าน

(อาจ)ทราบดีอยู่แล้วสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้

เป็นสิ่งที่ผมพบเห็นและได้ทำการทดสอบด้วยตนเองมาแล้ว

ผมเขียนขึ้นมาเพื่อให้ท่านนักศึกษาได้พิจารณาดูว่า

มันมีความเป็นจริงไปได้หรือไม่ ?

 ผมได้พบกับอาจารย์ท่านหนึ่ง

ซึ่งคนทั่วไปเชื่อกันว่า  ท่านมีความสามารถพิเศษ

จนได้รับฉายาว่า   .” ท่านอาจารย์ตาทิพย์ “ 

 เพราะท่านมีญาณวิเศษ

ที่สามารถเพ่งมองดูก้อนหิน

(ที่คุณผู้หญิงบางคนชอบเอามาขัดถูผิวถูตัว)

เห็นภาพต่างๆ และให้คำพยากรณ์ที่มีความแม่นยำมาก

สามารถเจาะลึกไปได้ถึงรูปร่างหน้าตา

เครื่องนุ่งห่ม  สี  ฯลฯ

แม่นยำเหมือนตาเห็น

การมองดูภาพในก้อนหินนั้น

ร่างกายของท่านก็มีการเคลื่อนไหว

สูบบุหรี่พ่นควันเป็นปกติ

เพียงแต่สายตาของท่านเท่านั้น

ที่ไม่เปลี่ยนไปจากก้อนหินนั้น

ผมเรียนถามท่านว่า

ท่านใช้ปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ในการเพ่งใช่หรือไม่ ?ท่านหัวเราะชอบใจ  ตอบอย่างอารมณ์ดีว่า

“จะว่าใช่ก็ใช่  จะว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่

(……? ? ?……)

ที่ท่านว่าใช่ก็เพราะว่าท่านนำก้อนหิน

ที่เป็นธาตุดินมาใช้คล้ายกับวิธีการเพ่งปฐวีกสิณ

แต่ความเป็นจริงแล้ว 

ท่านยังมิได้ฝึกถึงขั้นบรรลุฌานในขั้นนั้น

ท่านนำก้อนหินมาดูก็เพียง

ใช้ก้อนหินนั้นเป็นตัวให้สมาธิเกาะเท่านั้น

ท่านเพียงแค่อาศัยลวดลายบนหินก้อนนั้น

ทำให้ท่านเกิดจินตนาการในการสร้าง

มโนภาพขึ้นในใจของท่านเท่านั้น

เคล็ดลับอยู่ที่ว่าก้อนหินที่ท่านจะใช้ท่านจะเลือก

ใช้ขนาดที่ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป

และจะต้องไม่มีรอยแตกหักหรือรอยร้าว

เพื่อมิให้จิตใจไปสะดุดหรือจดจ่อกับรอยตำหนินั้น

ก้อนหินนั้นจะต้องมีเนื้อค่อนข้างหยาบผิวไม่เป็นมัน

เลือกสีที่ถูกใจตนมากที่สุด

ตามปกติหินแต่ละก้อนจะมีสี

และจุดสีอ่อนหรือแก่ไม่เท่ากัน

เมื่อมองไปมองมาจะทำให้เกิดจินตนาการ

เห็นเป็นภาพคล้ายภาพต่างๆ

เหมือนการมองดูก้อนเมฆเห็นเป็นรูปคนหรือสัตว์ ฯลฯ

แต่ละคนจะเห็นไม่เหมือนกัน

ในวิชายกเมฆ  ใช้ภาพที่เห็นมาพยากรณ์เหตุการณ์ต่างๆ ได้

โดยตีความหมายจากภาพที่เห็น

เช่น  ถ้าเห็นภาพคล้ายหรือเหมือนรถ

หรือเรือท่านทายว่าจะต้องได้เดินทางไกล

ถ้าเห็นคล้ายหีบหรือโลงศพหรือ

ยอดเมรุเผาศพท่านทายว่าจะมีอันตรายถึงชีวิต

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>