ว่านชักมดลูก

ว่านชักมดลูก

ลักษณะ  ต้นและใบเหมือนขมิ้น  แต่มีความใหญ่โตผิดกว่า

กันหลายเท่า  ร่องกลางใบมีสีน้ำตาลหม่น   หัวกลมมีสัณฐาน

ดั่งหัวเผือก  เปลือกนอกก็คล้ายคลึงกัน  เนื้อในหัวมีสีขาว

เหลือง  เป็นไม้ที่เจริญงอกงามในฤดูฝน  ต่อเมื่อเข้าหน้าหนาว

จะโทรมทิ้งใบเกลี้ยง  เหลือแต่หัวฝังดิน  ซึ่งต้องรีบขุดมาใช้

มิฉะนั้นจะเสื่อมคุณภาพทางตัวยา

ประโยชน์และสรรพคุณทางยา  ใช้หัวสดกินแก้โรคริดสีดวง

ทวารทั้งปวง  โดยตำให้แหลกเป็นผงผสมน้ำผึ้งปั้นเป็น

ลูกกลอน  หรือจะกินกับน้ำร้อนก็ได้ผลเช่นกัน  ขณะที่กิน

ว่านห้ามรับประทานของคาวจัดหรือมันเลี่ยนจนเกินไป

เพราะจะทำให้ตัวยาอ่อนฤทธิ์

Continue reading »

ว่านห้าร้อยนาง 

ว่านห้าร้อยนาง

ลักษณะ  ต้นและใบคล้ายขมิ้น  มีกลีบใบขาวนิดๆ หัวเป็น

แง่งเล็กๆ เรียงตัวซ้อนกันหนาหลายชั้นยิ่งกว่าว่านธรรมดา

ซ้อนขึ้นไปหลายชั้นและแผ่ตัวคล้ายดั่งรูปพัด  เรียงตัวกันเป็น

ปึกๆเป็นที่สังเกตเห็นได้ง่าย

ประโยชน์  ใช้ในทางเมตตามหานิยม โดยเอาหัวว่านหรือดอก

ของว่านนี้ไปแช่น้ำมันจันทน์อย่างดี  หรือจะใช้บดให้ละเอียด

แล้วไปผสมกับสีผึ้งทาปาก  เจริญเมตตามหานิยม  คนชมคน

รักมากมายเพราะหลงใหลในคำพูด  เหมาะสำหรับนักขาย

ทั้งหลายจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง  เมื่อจะใช้นั้น

ให้เสกด้วยพระคาถา ๓ คาบเสมอไปอย่าลืมได้

พระคาถามีดั่งนี้ คือ พุทธะ สังมิ ภคินี  ลองใช้ดูเถิด จักเห็น

ผลทันตาแล

Continue reading »

การนำสูตร ๑๔ สูตรลงยันต์ต่างๆมารวมไว้ดังนี้

๑.สูตรลงยันต์กลม

๐  ยันต์  สันตัง  วิกรึงคะเร ฯ

๒.สูตรลงยันต์สี่มุม

๐  จัตตุยันตัง  สันตัง  วิกรึงคะเร ฯ

๓.สูตรลงยันต์แปดมุม

๐  จัตตุโกญจา  มหายันตัง  วิกรึงคะเร  ฯ

๔.สูตรขมวดมุมยันต์

๐  จัตตุโกญจา  มหายันตัง  พรหมะภาสะมะเห

สุรั่งยันตัง  สันตัน  วิกรึงคะเร  ฯ

๕.สูตรลงกระดูกยันต์

๐  อัฏฐิยันตัง  สันตัง  วิกรึงคะเร  ฯ

อนึ่ง เวลาลากเส้นยันต์  ต้องลากทีเดียวให้ตลอด

ถ้าเผอิญให้การลากต้องหยุดชะงักลง  ยันต์เสียใช้ไม่ได้

ต้องว่าสูตรสนธิ  ดังนี้

๖.สูตรสนธิ

๐ สนธิยันตัง  สันตัง  วิกรึงคะเร  ฯ

การลงอักขระก็เช่นกัน  ให้ระวัง อย่าลงอักขระให้ทับเส้นยันต์

เป็นอันขาด  ถ้าลงไปทับเส้นยันต์ เป็นอันใช้ไม่ได้

เรียกว่ายันต์ตาบอด

Continue reading »

ว่านเพชรกลับแดง

ว่านเพชรกลับแดง

ลักษณะ  ต้นแดงใบแดงตลอด  ลำต้นและใบคล้ายๆกับ

ต้นกระทือ  มีลูกออกที่ปลายยอดเหมือนกัน  แต่มีสีแดง

(ใบกระทือผีมีสีเหลือง) ใบเหมือนดั่งใบขมิ้นแต่สั้นกว่า

และมีสีแดงช้ำๆผ่านกลางใบมีที่สังเกตคือ   รากของว่านนี้

จะแทงชอนขึ้นจากดินมาโผล่พ้นดินอยู่ข้างๆลำต้น

Continue reading »

ความหมายของจตุภูมิสี่เป็นอย่างไร

๑.กามาวจรภูมิ คือ ภูมิของผู้ที่ท่องเที่ยวไปในกามภพ

(ผู้ที่ท่องเที่ยวแสวงหาสิ่งที่สนองตอบความอยากความ

ใคร่ของตนได้)

๒.รูปาวจรภูมิ  คือ ภูมิของผู้ที่ท่องเที่ยวไปในรูปภพ

(ผู้ที่ท่องเที่ยวไปตามความหลงพอใจในรูปนามสิ่งสวยงาม

ติดรูปติดนาม)

๓.อรูปาวจรภูมิ คือ ภูมิของผู้ท่องเทียวไปในอรูปภพ

(ผู้ที่ท่องเที่ยวไปในอารมณ์ของเวทนาทั้งทางกายและหรือ

ทางจิตวิญญาณ)

๔.โลกูตรภูมิ  คือ  ภูมิของผู้ที่หลุดพ้นไปจากโลก

(ผู้ที่ได้บรรลุธรรมวิเศษเข้าสู่นิพพาน)

ที่มาของยันต์เป็นอย่างไร…?

ก่อนที่จะหัดลงเลขยันต์นั้น  จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ถึง

ความหมาย  กำเนิดที่มาของยันต์เสียก่อนว่า  มีความ

หมายอย่างใด  เพื่อการศึกษาเล่าเรียนจะได้เกิดประโยชน์

ได้เต็มที่  เส้นที่ขีดลากไปมานั้น  มีความหมายว่า

เป็นสายรกของพระพุทธเจ้า เส้นที่อยู่ในยันต์นั้น

เรียกว่ากระดูกยันต์   ยันต์นี้ปรากฏว่ามีหลายแบบต่างๆกัน

เช่น ยันต์กลม  ยันต์สามเหลี่ยม  ยันต์สี่เหลี่ยม  ยันต์รูปภาพ

ความหมายของแต่ละยันต์   จึงมีความหมายแตกต่างกัน

ออกไปแต่ละยันต์  คือ ยันต์กลม มีความหมายว่า

พระพักตร์ของพระพุทธเจ้า หรือทางศาสนาพราหมณ์

มีความหมายว่า  พระพักตร์ของพระพรหม

Continue reading »

ว่านช้อยนางรำ

ว่านช้อยนางรำ

ลักษณะ  เป็นไม้พุ่มรุ่นจิ๋ว  เลี้ยงไว้ดูในฐานะไม้ประดับก็ได้

ใบคล้ายใบมะยมแต่เรียวกว่า  และเรียงกันตามลำดับจากโคน

ต้นขึ้นไปหายอด   หากปกติแล้วใบจะเหยียดตรงขนานกับ

พื้นดิน  หากมีลมพัดจัดมาต้อง  หรือมีเสียงคนจาม   ตะโกน

ตบมือ  ใบจะกระดุกกระดิกขึ้นลงตามจังหวะดั่งมีวิญญาณ

มาสิงสู่หากมีลมแรงใบก็จะลู่ติดลำต้นดั่งที่เห็นในภาพนี้

ประโยชน์   ใช้เข้ากับยาแผนโบราณได้หลายขนาน

โดยเด็ดใบไปต้มเข้ากับตัวยาอื่นๆ

สรรพคุณเฉพาะไม่ปรากฏ

วิธีการปลูก   เป็นไม้เลี้ยงยาก  กระทบกระเทือนมากหน่อย

ก็ตายเอาดื้อๆ  การปลูกต้องกระทำอย่างระมัดระวังยิ่งกว่าว่าน

อื่นๆ ชอบดินดำหรือดินที่มีปุ๋ยคอก  ไม่ชอบกระถางใบโต

จนเกินไป  และควรมีไม้ปักผูกลำต้นไว้ด้วย 

ป้องกันต้นโงนเงนเป็นเหตุให้รากคลอน  หรือจะปลูกไว้ในตู้กระจกบัง

ลมก็ได้  จัดว่าเป็นไม้ประดับได้อย่างดี

สรรพคุณพิเศษ  ถือกันว่าเป็นไม้กายสิทธิ์ชนิดหนึ่งที่ควรปลูก

ไว้ประจำบ้าน  เป็นไม้ที่แปลกประหลาด และ “มหัศจรรย์ “

เพราะมีประสาทสัมผัสกับเสียงที่คนกระทำขึ้นอย่างรวดเร็ว

เพียงแต่ตบมือให้เป็นจังหวะ  ไม้ก็จะกระดิกเป็นจังหวะเข้า

กับเสียงตบมือ  ไม้จะกระดิกใบขึ้นลงตามจังหวะสั้นยาวของ

เสียงตบมือที่เรากระทำขึ้นนั้น  ด้วยเหตุนี้ จึงเรียกว่า

 “ ว่านช้อยนางรำ  “

แหล่งกำเนิด  มีมากแถวๆจังหวัดเลย   เพชรบูรณ์  และแถบ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็พอหาได้เหมือนกัน  กับแถบพายัพ

ชื่อที่เรียกตามท้องถิ่น  ช้อยนางรำ  ช้อยช่างรำ  ว่านมีดยับ

พิธีเปิดประตูสู่มิติอุทิศให้เป็นสถานปฏิบัติธรรมโหราศาสตร์สถาน

จุดเทียนพระเทพบิดรกราบทูลอัญเชิญให้ท่านเมตามาเป็นองค์ประธานในพิธี

ให้ตั้งศาลเพียงตาและทำการติดตั้งประตูเงินและประตูทอง

(มีผ้าสีพาดแทนบานประตู)ที่ปากทางเข้า-ออก (ทางเดิน)

โดยปูเสื่อหรือผ้าใหม่สีขาว(สมมุติ)ให้เป็น(ถนน)ทางเดิน

ส่วนประตูเงินใช้ผ้าสีขาวพาดแทนบานประตูอยู่ด้านนอก

และประตูทองใช้ผ้าสีเหลืองพาดแทนบานประตูอยู่ด้านใน

(หมายถึงให้วิญญาณชนขนทองที่เป็นสมบัติออกมาแต่พอนำ

ออกมาพ้นประตูทองก็จะกลายเป็นเงิน(ธนบัตร)

เมื่อเริ่มพิธีตัวแทนคณะศิษย์พรหมศาสตร์มหัศจรรย์จุดเทียน

พระเทพบิดร/มหาพรหมนุษยักษ์ธรรมบาลกราบทูลเชิญให้

ท่านเมตตาเสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธี

รวมพลังทิพยะอำนาจพระเทพบิดร

สรรพพะวิชา มนตรา คาถา ฤทธา

จงมาประสิทธิ์

เพิ่มอิทธิฤทธิ์แก่ลูกด้วย

เจ้าของพื้นที่บอกกล่าวพระภูมิเจ้าที่ผีป่าผึเขาว่าจะทำพิธีเปิด

ประตูสู่มิติให้ใหม่เอ่ยวาจาอุทิศสถานที่แห่งนั้นให้เป็น

สถานปฏิบัติธรรมโหราศาสตร์สถาน คณะศิษย์พรหมศาสตร์

คณะศิษย์พรหมศาสตร์ร่วมพิธีที่สิรินธร จ.อุบลราชธานี (16-17/06/10)

มหัศจรรย์ร่วมประกอบพิธีร่วมกันสวดพระคาถาชุมนุมเทวดา

อ่านโองการมหาพรหม และร่วมกันระเบิดดินและน้ำ  โรยดิน

คณะศิษย์พรหมศาสตร์ร่วมกันระเบิดดินและน้ำเพื่อล้างอาถรรพณ์คณะศิษย์พรหมศาสตร์ร่วมกันโรยดิน

และพรมน้ำมนต์มหาเย็น-เพื่อทำการล้างอาถรรพ์ขับไล่สิ่ง

อัปมงคลและวิญญาณที่ชั่วร้ายที่สิงสถิตอยู่ ณ พื้นที่แห่งนั้น

คุณนาศิษย์พรหมศาสตร์อธิษฐานจิตเปล่งวาจา ประกาศเป็น

ภาษาของโลกวิญญาณให้ดังไปทั่วบริเวณมณฑลพิธี

เชิญวิญญาณที่ใฝ่ธรรมต้องการมาร่วมกันสร้างกรรมดีเพื่อ

โปรดมนุษย์มาเข้าร่วมพิธี

ประตูทองและประตูเงิน

หลังจากนั้นไปที่ประตูทองเอามือจับผ้าสีเหลืองที่แขวนไว้

เปล่งประกาศิตของพระเทพบิดร ถึงเปิดทวาราบาดานนคร

ดึงผ้าสีเหลืองที่ปิดประตูทองออก ด้วยพระคาถา

พระเวทย์วิทยาประกาศิตพระเทพบิดร

พรหมมาประกาศิต

อิทธิฤทธิ์พรหมมา

พะมะยะ

เปิดทวาราบาดานนคร

(เปิดประตูทอง)

พรหมมาประกาศิต

อิทธิฤทธิ์พรหมมา

พะมะยะ

เปิดทวาราโลกานคร

(เปิดประตูเงิน)

ไปที่ประตูเงินเอามือดึงผ้าสีขาวที่แขวนไว้ เปล่งประกาศิต

ของพระเทพบิดร ถึง เปิดทวาราโลกานครดึงผ้าสีขาวที่ปิด

ประตูเงินออก ด้วยพระคาถา

พระเวทย์วิทยาประกาศิตพระเทพบิดร

จุดธูปปักเครื่องเซ่นสรวงสังเวย์

เจ้าของสถานที่  จุดธูปปักเครื่องเซ่นสรวงสังเวย เชิญวิญญาณ

ชนเข้าร่วมกินกันธูปทุกดอกที่ปักมอดดับหมดถือเป็นเสร็จพิธี

คณะศิษย์พรหมศาสตร์มอบเทียนพระเทพบิดรให้เจ้าของสถานที่เก็บไว้บูชา

คณะศิษย์พรหมศาสตร์มหัศจรรย์กราบขอบพระคุณพระเทพ

บิดรก่อนดับเทียนพระเทพบิดรและมอบเทียนพระเทพบิดร

ให้เจ้าของสถานที่เก็บไว้บูชา  เมื่อมีเหตุที่ต้องการความช่วย

เหลือจากท่านให้จุดเทียนพระเทพบิดรขึ้นท่านจะเสด็จมาช่วย

ทันที

คำขอที่เขียนลงกระดาน

คำอธิษฐานที่ศักดิ์สิทธิ์เขียนลงกระดานจากว่านดินสอฤษีหรือฤษีแปลงสาร

ท่านพ่อชีวกโกมารภัจจ์กล่าวว่าคำขอที่เราเขียนลงกระดาน

ด้วยดินสอจากว่านดินสอฤษีหรือฤษีแปลงสารให้เขียนให้

คำขอให้สมเหตุสมผลเขียนลงกระดานและถวายพระเทพบิดร

ให้ตั้งไว้หนึ่งคืนแล้วจึงทำการลบคำขอดังกล่าว

Continue reading »

ดินสอฤษี

ดินสอฤษีเขียนยันต์นกสาลิกาป้อนเหยื่อ

๑.ว่านดินสอฤษีหรือฤษีแปลงสาร

๒.ว่านช้างผสมโขลง

๓.ว่านห้าร้อยนาง

๔.ว่านจูงนางเข้าห้อง

ตำเอาน้ำว่านผสมแป้งดินสอพองแท้เข้มข้นจนปั้นแท่งได้

เจอกลางวันให้เอากลางวัน

เจอกลางคืนให้เอากลางคืน

Continue reading »